Sunday, September 12, 2010

แม่ค้าบะหมี่หมูแดง

เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมแวะไปซื้อบะหมี่หมูแดง ในซอยแถวบ้าน ขณะที่ผมกำลังสั่งบะหมี่ทั้งแห้งทั้งน้ำไปฝากเด็กๆที่บ้าน เจ๊แม่ค้าเจ้าของร้านก็มองผมด้วยสีหน้าแปลกๆ เหมือนคนสงสัยอะไรบางอย่าง ในใจผมก็กังวลคิดว่า ..เอ เราเคยกินบะหมี่แล้วลุกไปไม่จ่ายตังค์เหรอเปล่าเนี่ย สงสัยเจ๊จะทวงเงิน..

ไม่นานเจ๊แม่ค้าก็เอ่ยถามผมว่า "เฮียๆ เฮียเคยทำเงินหล่นไว้ที่ร้านบ้างหรือเปล่า ?"
ผมได้ยินก็ตกใจเล็กน้อย เพราะเท่าที่จำได้ ครั้งล่าสุดที่ผมมาซื้อบะหมี่ร้านนี้นั้นคือเมื่อเกือบสองเดือนก่อน... เอ เจ๊แม่ค้ายังจำได้ แสดงว่าเิงินที่หล่นคงจะเยอะ

ผมก็เลยถามเจ๊เค้าไปว่า "อ้าวเหรอครับ  ผมจำไม่ได้หรอกนะ มันนานแล้ว มันเป็นเงินเท่าไหร่อ่ะครับ"  เจ๊ก็บอกว่า "ร้อยนึง"   ผมได้ยินก็บอกกับเจ๊ว่า "อ๋อเหรอครับ ผมจำไม่ได้หรอก ไม่รู้เงินผมเหรอเปล่า เจ๊เก็บไว้เถอะครับ ไม่เป็นไร"

ปกติผมเป็นคนจำไม่ค่อยได้ว่าตัวเองมีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ อย่าว่าหายเป็นร้อยเลย เงินหายไปจากกระเป๋าทีละหลายๆพัน ก็ไม่ค่อยรู้ (ถามภรรยาผมได้ เค้าจะรู้ดี 55)

ผมบอกเจ๊ว่า "ไม่เป็นไรครับเจ๊ เจ๊เก็บไว้เถิดครับ" เจ๊บอกว่า เค้าจำได้ "เฮียนี่แหละ ที่วันนั้น (สองเดือนก่อน) จอดรถตรงโน้นแล้วมาซื้อ จ่ายมาพันนึง หนูก็ทอนเงินไปประมาณเก้าร้อยกว่า เวลาเฮียไป เงินมันหล่นอยู่ร้อยนึง หนูพยายามจะตามเอาเงินไปคืน แต่ไม่ทัน"  เจ๊เรียกตัวเองว่าหนู ระหว่างเล่าไปเจ๊ก็ทำบะหมี่ใส่ถุงไปเรื่อยๆ

ผมบอกเจ๊ว่า ยังงัยผมก็ขอบคุณมากนะ ที่ยังจำได้ แค่นี้ก็ผมก็ดีใจแล้วล่ะ เจ๊เก็บเงินไว้เถอะครับ

พอเจ๊ทำบะหมี่หมูแดงแห้ง 3 น้ำ 1 ที่ผมสั่งไว้เรียบร้อย เจ๊ก็ยื่นส่งให้ผม พร้อมกับพูดขึ้นว่า
"เฮีย หนูตั้งใจไว้แล้ว ว่าจะคืนเงินให้ ครั้งนี้เฮียไ่ม่ต้องจ่ายหรอกนะ " เจ๊พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

ผมก็อึ้งไปเหมือนกัน  นึกในใจ ขณะที่กำแบงค์ห้าร้อยไว้ในมือเพื่อจ่ายค่าบะหมี่ "เจ๊คนนี้นี่ไม่ธรรมดาเลย น่าชื่นชมจริงๆ"

ผมก็คงต้องทำตามความตั้งใจของเจ๊ พร้อมกับ บอกว่าเจ๊ว่า " เจ๊ นี่ยอดเยี่ยมจริงๆ เลยนะครับ น่าดีใจจริงๆ ขอให้เจริญๆ ผมขอบคุณมากนะเจ๊"

ผมรับบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง มาด้วยความตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก กลับไปที่รถพร้อมรอยยิ้ม

น่านับถือจิตใจที่งดงามของเจ๊แม่ค้าบะหมี่คนนี้จริงๆ ผมคิดว่า หากเงินที่ผมทำหล่นวันนั้นเป็นแบงค์พันแทนที่จะเป็นแบงค์ร้อย ผมเชื่อว่าเจ๊ก็คงทำแบบเดียวกับที่ทำในครั้งนี้..

ค่ำวันนั้น ผมและลูกก็ได้ทานบะหมี่แห้งหมูแดงที่อร่อยมากที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยทานมา...

ทรงยศ คันธมานนท์

No comments: