Friday, February 05, 2010

เติมน้ำมันก่อนขึ้นราคา ประหยัดแต่คุ้มมั๊ย ?

ผมยอมรับว่าทุกคนในโลกมีความคิดเห็นที่หลากหลาย และแตกต่างกัน ซึ่งมันก็ทำให้โลกน่าตื่นเต้นและไม่สามารถคาดเดาและอธิบายเหตุผลได้ ในโลกของวิดีโอเกม เวลาเราเล่นไปซักพักเราก็จะเริ่มทายผลได้ว่าปฎิกิริยาของตัวละครในเกมจะเป็นอย่างไร ซึ่งเราจะหมดสนุกก็เมื่อเรารู้สึกว่าเรารู้ทันเกมนั้นแทบทั้งหมด ดังนั้นความแตกต่างของคนในโลกจริงๆ ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีสีสัน

เรื่องนี้ขอชวนทุกท่านคิดกันแบบสนุกๆ อย่าโกรธกันนะครับถ้าล่วงเกิน แค่เป็นความคิดของผม

เมื่อวานนี้เป็นวันที่มีข่าวว่า ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งก็ราว 0.50-0.60 บาท ภรรยาผมซึ่งขับรถที่มีไฟสีแดงเตือนน้ำมันใกล้หมด ก็แวะปั๊มเพื่อจะเติมน้ำมัน ปรากฎว่า ปั๊มน้ำมันเต็มไปด้วยรถมากมาย ต่อคิวยาวเหยียด ราวกับจะเกิดจราจล ก็เลยได้ทราบว่าราคาน้ำมันจะขึ้น ภรรยาผมก็เลยกลับบ้านเพื่อค่อยเติมในวันต่อไป ในวันนั้นปั๊มไหนๆ ก็เต็มไปด้วยผู้คน ยิ่งรถต่อแถวยาว คนยิ่งอยากเติม บางครั้งรอกันเป็นครึ่งชั่วโมง หรือขับรถไปหาปั๊มอื่นๆไกลๆ เพื่อที่จะเติมน้ำมันให้ได้

มันก็เป็นมานานแล้ว ที่เพื่อนร่วมงานในสมัยไหน ที่จะคอยติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิด ไม่เว้นราคาน้ำมัน ชอบจะแจ้งข่าวเสมอ ให้รีบไปเติมน้ำมัน เพราะพรุงนี้น้ำมันจะขึ้น หรือประเภท ปั้มโน้น ที่อยู่ไกลออกไป ราคาถูกกว่า เวลาเติมให้ไปที่ปั๊มนั้นดีกว่า หลายคนส่ง SMS บอกเพื่อนสนิท กันอย่างเอาใจใส่ คนส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างที่เห็น รีบเติมน้ำมันกันให้ทันก่อนวันใหม่ เพื่อความประหยัด ที่พอลองคิดดูจริงๆแล้วก็น่าคิดอยู่เหมือนกันนะครับ

ผมเคยลองคิดดูว่า ถังน้ำมันรถโดยทั่วไป ถ้าเป็นรถเก๋งนั้นจะจุน้ำมันได้ราว 50 ลิตร ถ้ารถใหญ่หน่อยก็ 60 ลิตร ประเภทเกินกว่าก็คงเป็นรถบรรทุกซึ่งก็ขอไม่ใช้กลุ่มที่ผมจะกล่าวถึง เวลาเราขับรถปกติเราก็คงต้องให้น้ำมันใกล้หมด หรือเหลือราว 20 % เราถึงจะเติม ทีนี้รถที่รอต่อแถวเติมน้ำมันที่ปั๊มยาวเหยียดก่อนวันรุ่งขึ้นที่น้ำมันจะปรับราคานั้น ผมเชื่อว่าคงมีไม่น้อยที่น้ำมันยังไม่ใกล้หมดเลย เอาเป็นว่าถ้าเอาแบบคร่าวๆ ก็เฉลี่ยมีน้ำมันครึ่งถึงกันละกัน ดังนั้นถ้าเติมเต็มถัง ก็จะใส่น้ำมันได้อีก 25-30 ลิตร เอาเป็น 30 ลิตรละกัน ดังนั้นคนๆนั้นก็จะประหยัดจากที่น้ำมันจะขึ้นไปได้ราว  30 ลิตร x 60 สตางค์ ก็เป็นเงินประมาณ 18 บาท หรืออย่างเก่งก็ 50 ลิตร x 60 สตางค์คือ 30 บาท

ถ้าวันนี้เราเสียเวลาซัก 20 นาทีต่อแถวรอเติมน้ำมัน หรือ บางคนกลับบ้านก่อนแล้วค่อยออกมาเติมกลางดึก  โดยหากเรารู้ว่าเราจะประหยัดได้ 18 บาทนั้นคุณคิดว่ามันน่าจูงใจจริงหรือเปล่าครับ หรือบางคนน้ำมันยังเกือบเต็มถึงอยู่ เติมได้เพียงอีก 15 ลิตร ก็ประหยัดได้ 9 บาท  ถ้าจะให้ละเอียดจริงๆสำหรับบางคนก็ต้อง หักต้นทุน SMS ที่เพื่อนส่งมาบอกไปด้วย 3 บาท และค่าน้ำมันที่ต้องติดเครื่องยนต์ขณะรอเติมน้ำมัน เพราะอากาศร้อน ไปอีกซัก 2 บาท รวมเป็น 5 บาท ดังนั้น 18 - 5 บาทก็เหลือ 13 บาท  และถ้าเป็นคนละเอียดและชอบความประหยัดก็ต้องคิดถึงอัตราดอกเบี้ยของเงินที่เราต้องจ่ายไปก่อนล่วงหน้า น้ำหนักรถที่เพิ่มจากน้ำมันที่เติมไปทำให้อัตราการกินน้ำมันรถเพิ่มขึ้นนิดนึง ค่าเสียเวลา ความเสี่ยงที่เรารอนานๆ แล้วปั๊มก็บอกเราว่าน้ำมันหมด  การจราจรหน้าปั๊มติดขัด ทำให้รถวิ่งได้ช้าลง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งจากเราเองและคนอื่น ถึงตรงนี้ท่านคงต้องบอกว่าผมคิดมาก คิดละเอียดเกินไปหรือเปล่า 

คนเค้าก็แค่ อยากได้กำไรเล็กๆ จากการรู้ข้อมูลล่วงหน้า ก็แค่นั้นเอง ถ้าอย่างนั้นก็ แล้วไป ครับ 55..

สูตรสำหรับประเมินความคุ้มง่ายๆคือ

ความประหยัดที่จะได้รับ = (ราคาที่จะปรับขึ้น x น้ำมันที่เราจะเติมได้)  - ต้นทุนความไม่สะดวกที่เพิ่มขึ้นจะการเติมน้ำมันตามปกติ

ถ้าท่านมองแล้วว่าคุ้มก็ลุยเลยครับ

ทรงยศ คันธมานนท์
www.ReadyPlanet.com

No comments: